"การทาสีปูนเก่า" การเตรียมพื้นผิว และการทารองพื้นให้ถูกต้อง

Last updated: 2021-09-29  |  310 จำนวนผู้เข้าชม  | 

"การทาสีปูนเก่า" การเตรียมพื้นผิว และการทารองพื้นให้ถูกต้อง


  • สิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านไม่อยากพบเจอคือ ผนังเก่า สีเริ่มซีดจาง ลอกล่อน เกิดคราบเชื้อรา และตะไคร่น้ำ
  • ยิ่งถ้าหากผนังในบริเวณนั้นสัมผัสกับความชื้น น้ำ และแสงแดด ก็จะยิ่งแสดงผลให้เห็นชัดและเร็วขึ้น
  • อาการเหล่านี้เป็นการส่งสัญญาณว่าสีทาบ้านเริ่มเสื่อมสภาพ ถึงเวลาที่ต้องทาสีใหม่
  • ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า อายุการใช้งานของสีแต่ละเกรดนั้นระยะเวลาไม่เท่ากันเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 5-15 ปี
  • ยิ่งอยู่ในบริเวณที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรง และมีความชื้นสูงด้วยแล้ว ยิ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้สีเสื่อมสภาพเร็วขึ้นได้

 

  • สำหรับผนังภายนอก การเลือกสีทาบ้านที่ทนต่อทุกสภาวะอากาศ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของบ้านต้องพิจารณาร่วมด้วย
  • ในขณะเดียวกัน ผนังภายในบ้านที่อาจจะไม่เห็นการเสื่อมสภาพด้วยตาเปล่า
  • แต่เมื่อลองใช้มือถูหรือใช้ผ้าเช็ดจะมีฝุ่นผงหลุดล่อนติดมาด้วย นั่นก็เป็นตัวบ่งบอกได้ว่าสมควรทาสีผนังใหม่ได้แล้ว
  • ซึ่งในกรณี ที่ต้องทาสีบนผนังเก่าเช่นนี้ ขั้นตอน “การเตรียมพื้นผิวก่อนการทาสี” มีความสำคัญเป็นอย่างมาก
  • เพราะหากผนังไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะทาสีใหม่อีกรอบ ปัญหาฟิล์มสีลอกล่อนก็จะกลับมาเช่นเดิม
  • ฉะนั้นมาดูกันว่าการเตรียมพื้นผิวผนังให้พร้อมสำหรับการทาสีใหม่อีกรอบต้องตรวจสอบตรงไหนอย่างไรบ้าง

 

เคล็ดลับพิเศษให้ทาได้ทนนาน มีประสิทธิภาพ

1. ขัดล้างชั้นฟิล์มเก่าที่เสื่อมสภาพเดิมออกให้มากที่สุด เท่าที่มากได้ก่อน ด้วยกระดาษทราย หรือเครื่องช่วยขัด

2. เช็ดทำความสะอาดให้แห้ง จากนั้น ลงน้ำยารองพื้นปูนเก่า ใส สูตรน้ำมัน

3. น้ำยารองพื้นปูนเก่า สูตรน้ำมัน จะมีปฏิกิริยากับบริเวณที่สีเสื่อมสภาพโดยจะโป่งพองออกมา ให้ทำการขูดสีที่โป่งออกมาในบริเวณนั้นๆ

4. เช็ดทำความสะอาดให้แห้ง แล้วลงรองพื้นในบริเวณที่สีโป่งพองออกมาอีกครั้้ง

5. รอให้รองพื้นแห้งแล้วทาสีทับหน้าได้เลย

 

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

 

อย่าลืมสำรวจผนังและซ่อมแซมก่อนทาสีรองพื้น


 

ในขั้นตอนของการฉาบปูนหากช่างไม่มีความชำนาญ บ่มปูนไม่ดี นอกจากจะเกิดปัญหารอยแตกงา ตามมาแล้ว

1.ยังอาจทำให้เกิดคราบเกลือบนผนัง ที่มีสาเหตุมาจากปูนสะสมความชื้นไว้แล้วค่อย ๆ คายออกมา
2.เกิดคราบตะไคร่น้ำเนื่องจากบริเวณใกล้เคียงสัมผัสกับความชื้น เกิดปัญหาสีหลุดร่อน โป่งพองเพราะความชื้นสะสมจากดิน


หากผนังมีร่องรอยความเสียหายเหล่านี้ให้ทำการซ่อมแซมส่วนนี้ก่อนเป็นอันดับแรก
เช่นมีรอยแตกลาย ให้ทำการโป๊วให้ผนังเรียบก่อน ถ้ามีเชื้อราต้องกำจัดออกให้หมดก่อน

 

 

 

การทาสีรองพื้น


•ให้ดูจากสภาพพื้นผิวผนังเดิมคือ หากเป็นผนังใหม่ที่เพิ่งทาสีไปไม่นาน และผนังยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ แต่เพียงต้องการเปลี่ยนสีใหม่ให้ทาสีทับหน้าได้เลยไม่ต้องทาสีรองพื้น
•แต่หากเป็นผนังเก่าที่มีการเสื่อมสภาพ ให้ซ่อมแซมให้เสร็จสิ้นก่อน
•แล้วทาสีรองพื้นก่อน 1 เที่ยวโดยเลือกใช้น้ำยารองพื้นปูนเก่า สูตรน้ำมัน ซึ่งเหมาะกับพื้นผิวปูนที่เสื่อมสภาพมากที่สุด
•มีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพพื้นผิวเดิมที่มีปัญหาอยู่แล้ว เช่น สีลอกล่อน สีโป่งพอง สีเป็นฝุ่นชอล์ก สีซีดจาง และช่วยเสริมการยึดเกาะพื้นผิวที่เสื่อมสภาพกับสีทับหน้า ให้ยึดติดและเรียบเนียน

 

 

 

เลือกสีทาทับหน้าให้เหมาะสม

 

•เลือกสีน้ำอะคริลิก ที่มีคุณสมบัติเด่น สามารถทนทานต่อสภาวะอากาศที่รุนแรงได้ 
•สำหรับภายนอกและภายใน มีทั้งฟิล์มสีกึ่งเงาและเหลือบเงา ฟิล์มสีเรียบเนียน กลบได้ดีเยี่ยม ทนทานทุกสภาวะอากาศ ไม่ว่าจะแดดหรือฝน ทนทานต่อการเกิดคราบด่างและคราบเกลือได้ดี

 

Powered by MakeWebEasy.com